วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวทีมวยราชดำเนินประกาศใช้กติกาโฉมใหม่ที่ทำให้วงการมวยไทยสะเทือน นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวอักษรในคู่มือ แต่เป็นการรื้อถอนวัฒนธรรมการแข่งขันที่สืบทอดมาหลายสิบปี และสถาปนาระบบใหม่ที่มุ่งเน้นความโปร่งใส ความเป็นสากล และการต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีครบทุกวินาที
รากฐาน: 10-Point Must System กับระดับคะแนนที่เป็นไปได้
มวยไทยในยุคปัจจุบันใช้ระบบ 10 คะแนนเต็มเช่นเดียวกับมวยสากลและ MMA โดยผู้ชนะยกต้องได้ 10 คะแนนเสมอ ผู้แพ้ได้น้อยกว่า และคะแนนสะท้อนระดับความเหนือกว่าในยกนั้น
การปฏิรูปราชดำเนิน 2569: ทำลายล้างวัฒนธรรม "เต้นยก 5"
ปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของมวยไทยในสายตาชาวโลกคือ "Round 5 Coasting" — เมื่อทั้งสองฝ่ายประเมินคะแนนในใจเสร็จแล้ว ทั้งคู่จะหยุดชก แตะนวม แล้วเต้นรอจบยก กติกาใหม่ราชดำเนินปี 2569 ประกาศห้ามอย่างเด็ดขาด พร้อมบทลงโทษ 4 ระดับที่ไม่ประนีประนอม
นวัตกรรม: ระบบ VAR และการเปิดเผยคะแนนยกต่อยก
กติกาปี 2569 ยังนำระบบ Video Assistant Referee (VAR) มาใช้อย่างเป็นทางการ — ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มวยไทย โดยสามารถยื่นคำร้องขอ VAR ได้ใน 2 กรณีเฉพาะ
- จังหวะเข่าใส่กระจับ (Low Blows) — พิจารณาว่าสมควรให้เวลาพักฟื้นสูงสุด 5 นาที หรือตัดคะแนนหากเจตนา
- จังหวะลูกซ้ำ (Striking a downed opponent) — ตรวจสอบว่าออกอาวุธในขณะที่คู่ต่อสู้ส่วนอื่นนอกจากเท้าแตะพื้นแล้วหรือไม่
กระบวนการ VAR เกิดขึ้นหลังชูมือ เพื่อไม่ให้ขัดจังหวะเกม และอำนาจอนุมัติอยู่ที่ประธานผู้ตัดสินเพียงผู้เดียว นอกจากนี้กติกายังบัญญัติว่า หากทำฟาวล์ประเภทเดียวกันซ้ำครบ 3 ครั้ง กรรมการหมดสิทธิแค่เตือน ต้องหักคะแนนทันที
เกณฑ์การตัดสินของ WBC Muay Thai และ ONE Championship
WBC Muay Thai — คุณภาพอาวุธเหนือปริมาณ
WBC เน้น "ผลกระทบ" ของอาวุธมากกว่าจำนวนครั้ง นักกีฬาที่ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก โจมตีและสร้างผลกระทบต่อร่างกายหรือความสมดุลของคู่ต่อสู้ได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ WBC ยังให้ความสำคัญกับ "ศิลปะการครองเวที" — นักมวยที่ถอยร่นแต่สามารถดักจังหวะ หลบหลีก และตอบโต้จนคู่ต่อสู้เข้าไม่ติด ถือว่ามีศิลปะการครองเวทีที่เหนือกว่า ทุกยกมีน้ำหนักคะแนนเท่ากัน ไม่มีการเอนเอียงยกท้าย และห้ามให้คะแนนแบบทศนิยม
ONE Championship — ระบบ Damage-First
ONE ใช้นวม MMA แบบเปิดนิ้วขนาด 4 ออนซ์ ซึ่งเปลี่ยนพลวัตทั้งหมด — หมัดกลายเป็นอาวุธทำลายล้างเทียบเท่าหรือเกินศอก ระบบการตัดสินของ ONE เรียงลำดับความสำคัญชัดเจน
- 1. Knockdowns — สูงสุด
- 2. Damage — แบ่งเป็น Internal (อาการจุก) / Accumulated (เคลื่อนไหวช้าลง) / Superficial (รอยแตก เลือดออก)
- 3. Clean Strikes — นับจำนวนเมื่อความเสียหายเท่ากัน
- 4. Aggression + Ring Generalship — ใช้เป็นตัวตัดสินสุดท้าย
ONE มีกฎเหล็กเพิ่มเติม: ถูกนับ 3 ครั้งในยกเดียว หรือถูกนับรวม 4 ครั้งทั้งเกม กรรมการยุติการชก TKO ทันที